บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556


บทกวีอมตะของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


บทกวีอมตะของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ว่า ..

ใครคือครู ครูคือใคร ในวันนี้

ใช่อยู่ที่ ปริญญา มหาศาล

ใช่อยู่ที่ เรียกว่า ครูอาจารย์

ใช่อยู่นาน สอนนาน ในโรงเรียน

ครูคือผู้ ผู้ชี้นำ ทางความคิด

ให้รู้ถูก รู้ผิด คิดอ่านเขียน

ให้รู้ทุกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร

ให้รู้เปลี่ยน แปลงสู้ รู้สร้างงาน

ครูคือผู้ ยกระดับ วิญญาณมนุษย์

ให้สูงสุด กว่าสัตว์ เดรัจฉาน

ปลุกสำนึก สั่งสม อุดมการณ์

มีดวงมาน เพื่อมวลชน ใช่ตนเอง

ครูจึงเป็น นักสร้าง ผู้ยิ่งใหญ่

สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง

สร้างคนให้ ได้เป็นตัว ของตัวเอง
 

แบบประเมินการสอนของตนเอง

วัน.............เดือน........................พ.ศ...............สาระที่สอน..................................
1 ในการสอนวันนี้ท่านได้ทำอะไรบ้าง
2. สิ่งที่ประทับใจหรือความรู้สึกในการทำงานข้างต้นนี้คืออะไร เพราะอะไร
3.ท่านได้เรียนรู้และเกิดความคิด/แนวคิดใหม่อะไรบ้าง และความคิด/แนวคิดนั้นเชื่อมโยงกับความรู้เดิมอะไร อย่างไร
4.ท่านจะนำประสบการณ์ ความคิด และสิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร เมื่อไร เพื่ออะไร
5.คำถามค้างใจที่ต้องหาคำตอบต่อไป
เอกสารประกอบการสอนเรื่องการแสดงประกอบเพลงลาวต่อนก
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ           สาระนาฏศิลป์                    ชั้นประถมศึกษาปีที่  3

จุดประสงค์การเรียนรู้ 

นักเรียนสามารถบอกความหมายและแสดงท่ารำเพลงลาวต่อนกได้

1.      ร้องเพลงลาวต่อนกได้ถูกต้องตามบทร้อง ทำนองเพลง และจังหวะ
2.      บอกความหมายของเนื้อเพลงได้

คำสั่ง    ให้นักเรียนศึกษาตามเรื่องความหมายของเพลงลาวต่อนกแล้วนำไปปฏิบัติกิจกรรมในใบงาน

เพลงลาวต่อนก

                                                      เนื้อร้อง  คุณหญิงชิ้น  ศิลปบรรเลง
                                                          ทำนอง  เพลงลาวต่อนก
                        ต้นข้าวในนา                  พลิ้วพราย          ไปตามสายลม
                        ชูช่อน่าชม                      ชวนฟ้อนรำ        ทำกิริยา
                        กระโดดไปมา                 เริงร่า                 ดังเราเป็นกบ
                        ครั้นเมื่อยามพลบ            เราเข้าหลบ        อยู่ในทุ่งนา
 
1.      ความหมายของเพลงลาวต่อนก
                   เพลงลาวต่อนกเนื้อเพลงกล่าวถึงความสวยงามตามธรรมชาติของต้นข้าว  สายลมและกบที่อาศัยอยู่ในทุ่งนา      เปรียบเทียบความสวยงามกับการฟ้อนรำ     ความสนุกสนาน               การกระโดดโลดเต้นของสัตว์
                   ผู้ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองเพลงคือคุณหญิงชิ้น  ศิลปบรรเลง 
2.      คำศัพท์ในเนื้อร้องเพลงลาวต่อนก
                   พลิ้วพราย   หมายถึง            การเคลื่อนไหวของต้นข้าว
                   ยามพลบ    หมายถึง            ตะวันใกล้ตกดิน
                   เริงร่า         หมายถึง            ความสุข
3.      การแสดงประกอบเพลงลาวต่อนก
                   การแสดงประกอบเพลงลาวต่อนกเป็นการนำนาฏยศัพท์ และภาษาท่ามาใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อเพลงและทำนองเพลง
 







วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นาฎยศัพท์

บทความนี้เป็นผลงานที่ได้ คศ 3 ผู้ที่สนใจ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการค้นคว้า และการเรียนการสอน

นาฎยศัพท์
นาฏยศัพท์   อ่านว่า    นาด ตะ ยะ สับ
นาฏยศัพท์     หมายถึง   ศัพท์เฉพาะทางนาฏศิลป์ไทย  ที่ใช้เกี่ยวกับการเรียกท่ารำ
 

การฝึกรำไทย  

            ต้องมีพื้นฐานการปฏิบัติของนาฏยศัพท์เบื้องต้น ดังนี้

1.จีบ  คือ  การใช้นิ้วหัวแม่มือจรดข้อสุดท้ายของปลายนิ้วชี้  ส่วนนิ้วกลาง  นิ้วนาง และนิ้วก้อยเหยียดตึงแยกห่างจากกันแล้วหักข้อมือเข้าหาลำแขน




ขั้นตอนการจีบ
    1.   ใช้นิ้วหัวแม่มือจรดข้อสุดท้ายปลายนิ้วชี้
    2.   กรีดนิ้วทั้ง 3 ออก
    3.   หักข้อมือ




 

 
จีบมี 2 ลักษณะ  คือ  จีบหงาย และ จีบคว่ำ

จีบหงายคือจีบที่อยู่ในลักษณะหงายข้อมือและท้องแขนขึ้น
จีบคว่ำคือจีบที่อยู่ในลักษณะ คว่ำมือลง


2.      ตั้งวง    คือ การใช้แขนกางออกให้ได้ส่วนโค้งครึ่งวงกลมตั้งมือ แบนิ้วมือทั้ง 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้  นิ้วกลาง  นิ้วนางและนิ้วก้อย   ส่วนนิ้วหัวแม่มือ งอเข้าหาฝ่ามือ  แล้วหักข้อมือเข้าหาลำแขน

ขั้นตอนการตั้งวง

1.  ใช้แขนกางออกให้ได้ส่วนโค้งครึ่งวงกลม                
2.  ตั้งมือแบนิ้วมือทั้ง 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้  นิ้วกลาง 
นิ้วนาง และ นิ้วก้อย
3.  นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือ
4.  หักข้อมือเข้าหาลำแขน







วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

องค์ประกอบนาฎศิลป์

องค์ประกอบนาฎศิลป์
                จังหวะและทำนองการเคลื่อนไหว  อารมณ์และความรู้สึก  ภาษาท่า นาฎยศัพท์ รูปแบบของการแสดง การแต่งกาย
  • ภาษาท่า   การแสดงท่าทางแทนคำพูด  ใช้แสดงกิริยาหรืออิริยาบถ  และใช้แสดงถึงอารมณ์ภายใน
  • ส่วนขาและเท้า    กิริยาแสดง เช่น กระทบ ยืดยุบ ประเท้า กระดกเท้า กระทุ้ง จรด ขยับ ซอย วางส้น ยกเท้า  ถัดเท้า
  • ส่วนแขนและมือ  กิริยาที่แสดง เช่น จีบ ตั้งวง ล่อแก้ว ม้วนมือ สะบัดมือ กรายมือ ส่ายมือ
  • ส่วนลำตัว   กิริยาที่แสดง เช่น ยักตัว โย้ตัว โยกตัว
  • ส่วนศีรษะใบหน้าและไหล่    กิริยาที่แสดง เช่น เอียงศีรษะ เอียงไหล่ กดไหล่ กล่อมไหล่ กล่อมหน้า
  • นาฏยศัพท์  ศัพท์เฉพาะทางนาฎศิลป์  ที่ใช้เกี่ยวกับการเรียกท่ารำ  กิริยาที่แสดงมีส่วนศีรษะใบหน้าและไหล่   ส่วนแขนและมือ  ส่วนของลำตัว  ส่วนขาและเท้า
เมื่อศึกษาองค์ประกอบนาฎศิลป์ทั้งด้านความรู้และปฏิบัติแล้วก็เป็นเรื่องของการนำไปใช้ ซึ่งมีหลายรูปแบบดังนี้
  • รูปแบบของการอนุรักษ์สืบทอด โดยการฝึกตามลักษณะ/แบบแผน /มาตรฐาน/พื้นเมือง และประเภทของการแสดง ระบำ  รำ ฟ้อน อันเป็นมรดกของชาติ
  • รูปแบบการสร้างสรรค์การประดิษฐ์ท่า  การนำภาษาท่า  ภาษานาฎศิลป์ หรือ นาฏยศัพท์มาออกแบบ  ให้สอดคล้องสัมพันธ์กับจังหวะทำนอง  บทเพลง  บทร้อง  ลีลา ความสวยงาม
  • รูปแบบการเป็นผู้ชม
  • รูปแบบการเป็นผู้แสดง